ผ้าม่าน

อยากสั่งผ้าม่านหน้าต่างในเน็ตมาติดเอง ควรดูอะไรบ้าง?

การเลือกผ้าม่านอาจไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว  การจะเลือกผ้าม่านหน้าต่างมาติด  ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง  เช่น ความเปลี่ยนแปลงตามสมัยนิยม  ความรู้ความเข้าใจที่แตกต่างหลากหลาย  ความชอบที่เป็นสไตล์ของแต่ละคน  สถานที่และความเหมาะสม  แต่ก็พอมีแนวทางเป็นการแนะนำให้ได้  สำหรับผู้ที่ยังเริ่มต้นไม่ถูก  ไม่รู้ว่าควรจะดูอะไรบ้าง  ถ้าอยากจะสั่งผ้าม่านในอินเตอร์เน็ตมาติดเอง  ผ้าม่านทุกวันนี้อาจต่างจากเมื่อก่อน  ทั้งในด้านของรูปแบบและสีสัน 

สมัยก่อนคนส่วนใหญ่มักนิยมเลือกผ้าม่าน  ที่มีสีโทนออกไปทางสีเข้มและสีสด เช่นสีแดง สีน้ำเงิน  สีเขียว  สีส้ม  ที่เป็นเช่นนั้นมีเหตุผลเพราะว่า  กลัวผ้าจะซีดและเก่าเร็วนั่นเอง  อยากจะใช้งานผ้าม่านอย่างคุ้มค่า  และต้องกันแดดกันแสงได้อย่างดี  จึงเชื่อว่าสีเข้มจะทำให้ผ้าดูซีดน้อยกว่าผ้าสีอ่อน  เมื่อใช้งานไปเป็นระยะเวลานาน ๆ เนื้อผ้าต้องหนามาก ๆ เพราะเชื่อว่าจะได้ความทนทานทำให้อายุการใช้งานที่ยาวนาน  คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไป  นั่นเป็นค่านิยมหรือความคิดในอดีตที่ผ่านมา 

ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่  มีความเข้าใจเรื่องของเนื้อผ้าและโทนสีมากขึ้น  การเลือกผ้าม่านจึงมีความลงตัว  มีความสวยงามขึ้น  ทำให้ได้ผ้าม่านที่มีความแตกต่างจากเมื่อก่อน  ได้บรรยากาศได้อารมณ์และความรู้สึกที่ดีกว่าเดิม  โดยเฉพาะเรื่องของสีซึ่งมีอิทธิพลและมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก  ปัจจุบันสีที่ได้รับความนิยมได้แก่สีที่ดูอบอุ่น  คือสีโทนน้ำตาลทั้งอ่อนและเข้ม  และสีที่ใกล้เคียงเช่นสีเบจ  สีครีม  สีเทา  หรือสีที่มองแล้วให้ความรู้สึกนุ่มนวล  อบอุ่น  อ่อนโยน  สบาย ๆ หากเลือกผ้าม่านได้ลงตัวกับสไตล์การตกแต่งบ้านโดยรวม  ก็จะสร้างความสวยงามให้กับบ้านได้อย่างคาดไม่ถึง  และก็อีกเช่นกันหากเลือกผ้าม่านผิดสี  ผิดประเภท  ผ้าม่านนั้นก็อาจกลับกลายเป็นสิ่งที่มาลดดีกรีความสวยของห้องได้เช่นกัน 

ถ้าเราลองสังเกตดี ๆ พื้นที่ที่จะใช้ติดผ้าม่านในแต่ละห้องนั้น  มีพื้นที่มากถึง 20-30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ผนัง  ด้วยเหตุนี้เองผ้าม่านจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ  เพราะสามารถเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้แตกต่างไปจากเดิมได้ไม่ยาก  และยังมีค่าใช้จ่ายไม่มากด้วย  ในวันนี้เราจึงขอเสนอเรื่องการเลือกผ้าม่านแต่งบ้านมาฝากกัน  เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนได้รู้และเข้าใจกัน  รวมไปถึงการปรับโฉมห้องสวยของคุณ  ให้เข้ากับยุคสมัยได้อีกด้วย

การเลือกซื้อผ้าม่านก่อนอื่นเลยคือเนื้อผ้า  ผ้าที่มักนิยมเลือกมาทำผ้าม่านเป็นผ้าพื้นสี  ที่มีการให้สีหรือออกแบบมาอย่างดีพิถีพิถัน  ให้อารมณ์ของสีเข้ากับยุคสมัย  โดยผ้าที่มีน้ำหนักและไม่หนามาก  มีความพลิ้วไหวทิ้งตัวดีไม่มีความจำเป็นที่จะเป็นผ้าเนื้อหนา  เดี๋ยวนี้ผ้าม่านมีการนำเข้ามาจากต่างประเทศ 

โดยเฉพาะนำเข้าจากประเทศจีน  เป็นผ้าหน้ากว้างการตัดเย็บโดยไม่ต้องต่อผ้าในความสูงปกติของบ้านทั่วไป  จึงให้ความลงตัวเป็นอย่างมาก  อีกทั้งยังให้ความเรียบร้อย  สวยงาม  รวมไปถึงเรื่องของราคาก็ถูกลงด้วย  เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่ผ้าหน้ากว้างที่ทอได้ไม่เกิน 150 ซม.  แต่ในตอนนี้ผ้าหน้ากว้างทอได้เป็น 280-300 ซม.  แถมราคาเท่าเดิมหรือถูกลงกว่าเดิมมาก  นั่นหมายความว่าการทำผ้าม่านในทุกวันนี้ถูกลงกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน  และยังได้คุณสมบัติที่ดีอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย เช่น การกันแสง  ซึ่งแต่เดิมต้องใช้ผ้าฉาบปรอท  เอามาแปะติดด้านหลังผ้าม่าน 

เรื่องของเนื้อผ้าก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผ้าที่มีเนื้อหนาเสมอไป  ความสำคัญจะอยู่ที่โครงสร้างของผ้า  วัตถุดิบที่ใช้ทำ  และเทคนิคการทอ  ผ้าที่หนาอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าใจ  บางครั้งแสงผ่านและมองทะลุได้  แต่กลับกันผ้าที่บางอาจไม่สามารถมองผ่านได้  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการใช้เส้นใยหรือเส้นด้ายที่เล็กกว่า  มีความหนาแน่นมากกว่า  และผ่านกระบวนการทอตามคุณลักษณะพิเศษ  ทำให้ได้ผ้าม่านที่เป็นไปตามความต้องการ  เช่น  การทิ้งตัว  ความพลิ้วไหว  ความสวยงามได้รูปทรง 

ในขณะที่ผ้าเนื้อหนาแม้จะมีน้ำหนักมาก  แต่ก็อาจไม่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาก็ได้  ดังนั้นการเลือกใช้ผ้าม่านจึงต้องดูที่ความเหมาะสม  ผ้าที่มีเนื้อบางก็อาจจะเหมาะกับผ้าม่านลักษณะที่ต้องการความพลิ้วไหว  มีการทิ้งตัวอย่างเป็นรูปทรง  ตัวอย่างเช่น ผ้าม่านหลุยส์  ผ้าม่านจีบ  หรือผ้าม่านรูปแบบอื่น ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน  ส่วนผ้าที่เนื้อหนาค่อนข้างแข็งก็จะเหมาะกับพวกม่านพับ  ม่านรูปทรงอื่นที่ไม่ต้องการความพลิ้วไหว  หรือทำเป็นผ้าบุเฟอร์นิเจอร์  เป็นต้น

ในเรื่องของสีและลายผ้านั้น  เราสามารถเลือกสีและรูปแบบของผ้าม่าน  เพื่อให้เข้ากันได้กับสภาพแวดล้อมหรือภาพรวมที่เราต้องการตกแต่ง  ตัวอย่างเช่น สีโดยรวมของห้องนั้นออกโทนสีอะไร  รูปแบบและสีเฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างไร  เราก็สามารถนำสีผ้าม่านนั้นมาเปรียบเทียบดูถึงความเหมาะสม  หรือเพื่อให้ตัดกันในแนวทางที่ไปกันได้  แต่งแล้วให้ดูโดดเด่น กลมกลืนและสวยงามก็เป็นอันใช้ได้  ในความเป็นจริงการเลือกผ้าม่านนั้น 

สิ่งที่ควรนึกถึงเป็นอย่างแรกคือรูปแบบของบ้าน  ม่านพับคงไม่เหมาะกับบ้านทรงโรมัน  แต่ก็คงไม่ตายตัวนักขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่เราจะเติมเข้าไป  เช่น ผ้าม่านพับสามารถเพิ่มการตกแต่งชายครุยหรืออย่างอื่นในสไตล์หลุยส์เข้าไป  ก็สามารถทำให้บรรยากาศไปกันได้  สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเลือกผ้าม่านคือการเลือกเฉดสี  ตรงนี้คงต้องทำความเข้าใจให้มากเป็นพิเศษ 

การเลือกสีของผ้าม่านนั้นต้องมีความเข้าใจ  ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เรื่องอารมณ์ของสี  ซึ่งบางคนเลือกผ้าจากแรกเห็นที่เป็นรูปตัวอย่างในแค็ตตาล๊อกว่าสวยดี  หรือหาซื้อในอินเตอร์เน็ตเพื่อจะเอามาติดเอง  แต่พอตัดสินใจเลือกซื้อมาแล้ว  และพอติดตั้งเสร็จปรากฏว่าสีไม่ได้อย่างที่คิด  เข้มไปบ้าง อ่อนไปบ้าง ดูทึบบ้าง ดูลายตา ดูเก่า มองแล้วไม่สวยต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง 

สิ่งนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน  จึงควรระวังถ้าไม่แน่ใจหากจำเป็นต้องเลือกให้เลือกสีที่เป็นกลาง  ที่สามารถเข้ากับสภาพแวดล้อมหรือเฟอร์นิเจอร์ได้ทุกสี  ตัวอย่างเช่น สีครีม สีเบจ สีน้ำตาลอ่อน สีออฟไวท์  สีต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสีกลาง ๆ สามารถเข้ากับทุกสีได้  โดยที่ไม่มีความขัดแย้งกับสีต่าง ๆ  ก็จะช่วยให้ลดข้อผิดพลาดในการซื้อได้ในระดับหนึ่ง  เรามาดูว่าห้องแต่ละห้องควรเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับห้องนั้น ๆ ได้อย่างไรกัน

1.การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องรับแขก  ห้องรับแขกเป็นห้องที่ใช้งานบ่อยสำหรับทุกคนในบ้าน  และเป็นห้องที่ต้องใช้ต้อนรับแขกหรือผู้มาติดต่อเยี่ยมเยือน  การที่จะตกแต่งให้สวยงามอย่างลงตัว  แล้วยังเป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมเจ้าของบ้าน  ในเรื่องแนวคิดการตกแต่งซึ่งก็คงต้องเน้นเป็นพิเศษ  เราสามารถเลือกผ้าม่านที่มีลายบ้างก็ได้  และสีของผ้าม่านก็อาจเข้มขึ้นมาตามบรรยากาศและสภาพแวดล้อม เช่น ถ้าห้องที่กว้างและสูงโปร่งมีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่แน่นมาก  ไม่มีปัญหาอะไรที่คุณจะใช้ผ้าม่านที่มีโทนสีเข้มหรือแบบที่มีลาย  แต่ถ้าเป็นห้องแคบก็ต้องดูที่ความเหมาะสม 

ลองจินตนาการดูตอนที่ติดผ้าม่านเสร็จมันจะออกมาในลักษณะใด  ข้อสำคัญต้องไม่ลืมว่าผ้าม่านนั้นไม่ได้สวยที่ลายผ้าเท่านั้น  ผ้าม่านยังสวยที่รูปแบบดังที่เคยบอกไว้ข้างต้น  นอกจากการเลือกโทนสีที่เหมาะสมแล้ว  เราอาจตกแต่งเพิ่มลายละเอียดให้ดูสวยงามมีสีสันเด่นสดุดตาได้  โดยการเติมลูกเล่นให้กับผ้าม่าน  คุณอาจเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ  เช่น ภู่ ระบาย ชายครุย เกรียวเชือก หรือการตัดสีของผ้าที่เรียกว่าทูโทน  ซึ่งตรงนี้อาจต้องสรรหารูปแบบหรือตัวอย่างตามความต้องการ

2.การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องนอน  ห้องนี้ก็เป็นอีกห้องหนึ่งที่ต้องให้ความใส่ใจด้วยเช่นกัน  เพราะผ้าม่านในห้องนอนนอกจากการกันแสง ปิดบังสายตา รักษาความเป็นส่วนตัวได้แล้ว  ความสำคัญของผ้าม่านอีกอย่างหนึ่งก็คือ  ต้องช่วยเสริมสร้างทำให้บรรยากาศโรแมนติก  ทำให้คืนพักผ่อนมีคุณภาพ  ปราศจากความวุ่นวายจากโลกภายนอก  หลังจากที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน  เราต้องใช้ห้องนอนเพื่อการฟื้นพลังที่สูญเสียไป  เพื่อให้พร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป

  การมีห้องนอนที่สวยงามมาพร้อมกับการตกแต่งที่ลงตัว  ก็จะมีส่วนช่วยทำให้การพักผ่อนมีคุณภาพมากขึ้น  คุณสามารถเลือกผ้าม่านได้ตามสไตล์หรือความชอบของตัวเอง  ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบผ้าม่านหรือเลือกสี  ให้เลือกสีที่ชอบเป็นอันดับแรก  สีที่ถูกโฉลกกับตัวเอง  เพราะห้องนอนถือเป็นห้องส่วนตัว  คุณสามารถสร้างความเป็นตัวเอง  และแสดงความเป็นตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่ 

3.การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องนั่งเล่น  คุณอาจใช้สีโทนสดใส  เช่น วนิลา ฟ้า โอโรส เป็นต้น  แต่ต้องดูความเหมาะสมด้วยว่า  ถ้าใช้สีต่างกันกับห้องอื่นมาก  เมื่อมองดูจากภายนอกบ้านอาจดูไม่เหมาะ เป็นสาเหตุทำให้ภาพรวมของบ้านเสียไป  ผ้าม่านนอกจากจะโชว์ภายในแล้ว  เมื่อมองจากภายนอกก็ต้องดูเข้ากันและไปด้วยกัน  ถ้าคุณใช้สีที่ต่างกันก็ต้องดูว่า  ห้องนั้นอยู่ส่วนไหนของบ้าน  ถ้ามองไม่เห็นจากภายนอกก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร  คุณก็สามารถตกแต่งและทำได้เช่นกัน

4.การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องทำงาน  ผ้าม่านที่ใช้ควรเป็นผ้าสีพื้นเท่านั้น  แต่ถ้าจะมีลายก็ขอให้เป็นลายผ้าที่เล็ก ๆ  ไม่เด่นสดุดตาสีของผ้าก็ควรให้เข้ากับสีภายใน  ส่วนรูปแบบก็ให้เป็นแบบที่เรียบง่ายมากที่สุด เช่น ผ้าม่านจีบ ผ้าม่านพับ หรือผ้าม่านตาไก่  เพราะบรรยากาศห้องทำงานควรเป็นห้องที่ต้องการใช้ความสงบ  เพื่อความคิดหรือสมาธิในการทำงานหรืออ่านหนังสือ  ซึ่งเมื่อดูราบเรียบไม่ดึงดูดความสนใจ  ก็จะทำให้อารมณ์ความรู้สึกสงบ  ไม่กระทบในการอ่านหนังสือหรือทำงาน  การใช้ความคิดก็จะดีขึ้น 

5.การเลือผ้าม่านห้องอาหารและห้องครัว  คุณสามารถใช้สีที่สดในห้องอาหารได้ เช่นสีส้ม สีเขียว สีเหลือง หรือสีที่ชอบ  แต่ก็ควรที่จะใกล้เคียงกันกับภายในห้องอื่น ๆ เพื่อไม่ให้สีของผ้าม่านฉีกออกมามากนัก  การใช้สีสดโดยเฉพาะสีส้ม  สามารถดึงดูดความสนใจ  เป็นการกระตุ้นอารมณ์  ทำให้เกิดความเพลิดเพลินในการรับประทานอาหาร  ส่วนห้องครัวก็ควรทำเป็นม่านโปร่ง  ด้วยว่าห้องครัวเป็นห้องที่ต้องการแสงสว่างและความปลอดโปร่ง  อีกทั้งเพื่อการระบายอากาศที่ดีด้วย

  รูปแบบควรใช้เป็นผ้าม่านโปร่งรางแป๊บกลมเล็ก  ติดตั้งเพื่อปิดบังส่วนที่จำเป็น  อาจทำแค่ครึ่งหน้าต่างลงมา  แต่ต้องไม่ใกล้ความร้อนจากเตา  ไม่ควรใช้มู่ลี่ทั้งไม้และอลูมิเนียม  เพราะว่าเมื่อมีไอระเหยจากการปรุงอาหาร  โดยเฉพาะไอของน้ำมันนั้น  มันจะจับและสะสมจนยากต่อการทำความสะอาด 

คลิกที่รูปเพื่อสอบค้นหาร้านผ้าม่าน ในแต่ละจังหวัดที่ท่านอยู่ได้เลย

About Author